จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อไทย รายงานการศึกษาปัญหายาสูบและยาเส้นราคาตกต่ำ ชี้ประเด็นผลพวงมาจากสรรพสามิตเก็บภาษีมากเกินควร บุหรี่เถื่อนทะลักเข้าไทย วอนทุกหน่วยงานช่วยสกัด

จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ เพื่อไทย รายงานการศึกษาปัญหายาสูบและยาเส้นราคาตกต่ำ ชี้ประเด็นผลพวงมาจากสรรพสามิตเก็บภาษีมากเกินควร บุหรี่เถื่อนทะลักเข้าไทย วอนทุกหน่วยงานช่วยสกัด

 

 

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่อาคารรัฐสภา กรุงเทพฯ ได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ปีที่ 2 ครั้งที่ 29 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยได้รายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหายาสูบและยาเส้นราคาตกต่ำต่อสภาฯว่า ชาวไร่ยาสูบของประเทศไทย ประสบปัญหาในเรื่องของการผลิตสินค้า ที่มีต้นทุนสูงขึ้น ในขณะที่การรับซื้อของการยาสูบแห่งประเทศไทย ลดลงต่อเนื่องจากปี 60 ถึงปี 66 ทำให้ประชาชนพี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนมาก

จนเป็นเหตุที่ทำให้สภาแห่งนี้ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อพิจารณาหาทางแก้ไข เพื่อจะให้เห็นขอบเขตของปัญหา โดยในปี 2560 ทางรัฐบาลได้มีการปรับปรุงภาษีสรรพสามิตครั้งแรก การยาสูบแห่งประเทศไทยเคยมียอดขายประมาณ 68,000 ล้านบาท พอข้ามปียอดขายเหลือแค่ 50,000 ล้านบาท ในปี 64 ทางรัฐบาลก็มีการแก้ไขภาษีสรรพสามิตอีก ทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้นอีก ยอดขายของการยาสูบแห่งประเทศไทย จากเดิมได้ประมาณ 50,000 ล้านบาท ลดลงเหลือเหลือแค่ประมาณ 40,000 บาท จากเคยมีกำไร 9,000 กว่าล้านบาท

 

จากการเปลี่ยนภาษีในครั้งแรกกำไรเหลือไม่ถึง 1,000 ล้านบาท แล้วมีการเปลี่ยนภาษีอีกครั้งหนึ่งในปี 64 ก็ปรากฏว่ายอดกำไรเหลือเพียง 100-200 ล้านบาทเท่านั้น เห็นว่าการปรับภาษีสรรพสามิต มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการยาสูบฯ ผลที่ได้ทำให้ยอดขายบุหรี่ของการยาสูบฯ จากเดิม 28,000 ล้านมวล เหลือแค่ประมาณ 14,000 ล้านมวล ผลก็คือเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาอาศัยการขายใบยา ให้กับการยาสูบแห่งประเทศไทย ต้องมียอดขายลดลง ทำให้เกษตรกรขาดรายได้ ส่งผลให้การปลูกลดลงมาตามลำดับ จากเดิมเคยมีประมาณ 20,000 ครอบครัว ลดเหลือประมาณ 10,000 ครอบครัวเศษๆ

 

ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากราคาขายใบยาสูบ 10 กว่าปีที่ผ่านมา ทางการจะสูบฯ ไม่เคยขึ้นราคา แต่ยังลดโควต้าในการรับซื้ออีกด้วย อาจจะกล่าวได้ว่าหลังจากที่มีการเปลี่ยนระบบ 2 ครั้ง จนถึงปัจจุบันยอดรับซื้อใบยาสูบลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง โดยที่ราคาไม่เพิ่มขึ้น ทำให้เกษตรกรลำบากส่งผลให้ต้องพยายามเจรจากับการยาสูบฯ เจรจากับกรมสรรพสามิตฯ ในที่สุดได้ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจพอสมควร

 

ในที่สุดนะครับการยาสูบแห่งประเทศไทย ได้เห็นความจำเป็นของเกษตรกร ที่ลำบากมานาน 10 กว่าปี ราคาไม่เคยเพิ่มขึ้น การยาสูบแห่งประเทศไทยก็ได้ปรับราคารับซื้อใบยาสูบสายพันธุ์ต่างๆ ปรับเพิ่มขึ้น 10% ถือเป็นครั้งแรกในประวัติการ ที่ต่อสู้มานานกว่า 10 ปี ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องเกษตรกรทุกคน และอีกส่วนหนึ่งที่เพิ่มขึ้น คือปริมาณการรับซื้อจากเดิมประมาณ 10% รวมแล้วประมาณ 13 ล้านกิโลกรัม ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี สำหรับพี่น้องที่ปลูกยาสูบ

 

นอกจากนี้ทางการยาสูบแห่งประเทศไทย ยังทำเรื่องขออนุมัติ ครม.ให้มีการช่วยปัจจัยการผลิตอีก 89 ล้านบาท ทราบว่าปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ซึ่งก็คงต้องติดตามกันต่อไป อย่างไรก็ตามอยากให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างถาวรก็คือ เรื่องของภาษีสรรพสามิต ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญ ที่ทำให้การตลาดในยาสูบในประเทศมีปัญหา เพราะว่าทั้ง 2 ครั้งที่มีการปรับภาษีสรรพสามิต เกิดผลกระทบต่อผู้ปลูก จึงอยากให้คงไว้ ทั้งที่มีกระแสว่าจะมีการปรับภาษีสรรพสามิตอีก

 

อีกส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาสำคัญ ที่ทำให้เรื่องของอุตสาหกรรมยาสูบมีปัญหา ก็คือเรื่องการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อนเข้ามาในประเทศอย่างมากมาย แต่จับได้น้อย จึงอยากจะฝากทางรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นกรมศุลกากรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องช่วยกันหาวิธีดำเนินการอย่างไร ที่จะทำให้การป้องกันบุหรี่เถื่อนผิดกฎหมายหมดไปจากประเทศไทย

ภาพ/ข่าว ณพล บริบูรณ์, นภชนก เหมือนนามอญ รายงาน.

Related posts